ในคราวนี้ กิมจิต้องไปปฏิบัติหน้าที่ถึง จ.เชียงรายอีกรอบหนึ่ง แต่ไปถึงเชียงรายก่อนเวลาไปมาก ทีมงานก็เลยตกลงใจกันว่าจะไปเที่ยวที่ "แม่สาย" กัน โดยปกติแล้ว ขณะที่คนอื่นจะข้ามไปฝั่งพม่าเพื่อช๊อปปิ้ง กิมจิก็จะหนีบหนังสือเดินท่อม ๆ หาร้านอร่อย ๆ นั่งปล่อยอารมณ์ (ผสมน้ำย่อย) ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ (เพราะขี้เกียจเดิน) แต่คราวนี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ จึงต้องเสียตังค์สามสิบบาทเพื่อผ่านด่าน (ยี่สิบบาทเสียให้ฝั่งไทย สิบบาทเสียให้ฝั่งพม่า)ไปเมื่อยเล่น ๆ -"- ปกติเวลาจะข้ามด่าน จะมีจุดทำหนังสือเดินทางอยู่ข้าง ๆ แต่เดี๋ยวนี้ย้ายไปอยู่ตรง ที่ว่าการอำเภอ ห่างไปอีกประมาณสามกิโลต้องนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างไปทำ เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น -"- มีทีวีมาถ่ายทอดสดด้วย ครือว่า เกรงใจอ่ะ กิมจิว่าจะมาเงียบ ๆ ไม่ต้องเป็นข่าวก็ได้ O__O" ถึงฝั่งพม่าแย้ววววว ครั้นเหยียบผืนแผ่นดินพม่าปุ๊บ ทีมงานทั้งหลายก็หายตัวไปดั่งปาฏิหาริย์ไปสู่ร้านค้าที่ตั้งเรียงรายกันอย่างเนืองแน่น กิมจิเดินสักพักก็เริ่มเบื่อ ... เพราะว่า คนขาย: บุหรีมั้ย ๆๆๆๆๆ กจ: ไม่เอา ไม่สูบบุหรี่ -"- คนขาย: ช่วยซื้อไฟแช็คหน่อย กจ: ไม่เอา ไม่สูบบุหรี่ แล้วจะซื้อไฟแช็คไปทำไรเล่า -"- คนขาย: ไฟฉายก็ได้ กจ: ไม่เอา พกมาเองจากกรุงเทพฯ คนขาย: ถ่านไฟฉายมั้ย เอาไว้ใส่กล้อง (ถ่ายรูป) กจ: ไม่เอา กล้องอันนี้ไม่ได้ใช้ถ่านแบบนี้ คนขาย: (กระซิบ) ไวอาก้าป่าว กจ: ไม่เอา หน้าตา กจ เนี่ย หมดสมรรถภาพขนาดนั้นเลยหรอ -*- คนขาย: (กระซิบ) หนังโป๊มั้ย กจ: ไม่เอา ถ้าอยากได้ โหลดเองเป็น -__-" อารายกานเนี่ย -"- (ไม่โดนคนพม่ามันลากไปตื๊บก็ถือเป็นบุญตัวอยู่ กรั่กๆๆๆๆ) ********** ก็เลยปลีกตัวออกจากในตลาด มาเดินเล่นบริเวณที่นักท่องเที่ยว (ช๊อปปิ้ง) ชาวไทยไม่ค่อยมาเดินกัน มองโน่นมองนี่สักพัก ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างอยู่บนต้นไม้ เล็งไปเล็งมา ก็เดาว่าน่าจะเป็นบ้านนก คงไม่ใช่ศาลพระภูมิหรอกนะ หน้าตาแบบนี้ แต่ก็เอาขึ้นไปไว้ สูงไม่ใช่เล่นทีเดียว ข้ามมาพม่าคราวนี้ มาแต่เช้า เลยเห็นพระพม่าออกเดินบิณฑบาต (หรือเปล่าก็ไม่รุ) แต่เวลาตอนนั้นก็เก้าโมงได้แล้วละมั้ง ถ้าเป็นที่เมืองไทย พระก็กลับวัดหมดแล้วล่ะ สิ่งที่แปลกจากของไทย ก็คือ พระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาต จะมาทำอาการยืน "ขอ" เณรบางรูปถ้าเห็นว่าเป็นชาวต่างชาติจะมีส่งเสียง อื๊อๆ เร่งเร้าเบา ๆ ให้บริจาคเงิน แต่ถ้าเป็นพระก็จะยืนด้วยอาการสงบ เป็นครั้งแรกในชีวิตของกิมจิทีเดียว ที่ต้องเดินเมินหน้าหนี พลางโบกมือ ไม่เอา ๆ กับพระภิกษุสงฆ์ -"- ถ้าเปรียบกับเมืองไทยแล้ว ถ้าพระที่ท่านเคร่ง ๆ สักหน่อย แม้ว่าท่านจะเห็นว่าเราเตรียมของเตรียมข้าวจะใส่บาตรก็ตาม แต่ถ้าเราไม่เอ่ยปากนิมนต์ ท่านก็จะเดินผ่านเราไปโดยไม่เสียจังหวะการเดินแม้สักน้อย ก็เลยไม่ค่อยชินกับวัฒนธรรมเช่นนี้ของชาวพม่า ********** เดินผ่านร้านอาหารของพม่า ก็ไม่กล้าเข้าไปสั่งอะไรกิน เพราะเห็นมีแต่ชาวพม่านั่งกันเต็มไปหมด แค่เราเดินผ่านเค้าก็หันมามองกันเป็นตาเดียวกัน สงสัยไม่เคยเห็นคนน่ารัก ๆ .... กรั่กๆๆๆๆๆ ********** ผ่านอนุสาวรีย์บุเรงนอง ก็เข้าไม่ได้ เค้าไม่ให้คนไทยเข้า -"- ********** เจอร้านขายขนมหวานของอินเดีย น่าสนใจ ไปซื้อมากิน (ไม่มีรูป ลืมถ่าย กรั่กๆๆๆ) อร่อยดี แต่หวานมาก ถ้ากินกับชาแก่ ๆ นะ เวิร์คเลย แต่กว่าจะซื้อได้เนี่ย แทบตาย เพราะคนขายพูดไทยไม่ได้ กิมจิก็พูดพม่าไม่เป็น กรั่กๆๆๆๆ ********** เดินย้อนกลับเข้ามาในตลาดจากอีกฝั่งนึง คนเดินตลาดไม่ค่อยเยอะ ไม่เหมือนฝั่งที่ติดกับด่าน และถ้าไม่นับแม่ค้าที่ปะแป้งพม่าลายพร้อย กับพ่อค้าเร่ขายบุหรี่แล้วล่ะก็ จะคิดว่าที่นี่คือเมืองไทยเลยล่ะ หุหุ DVD saleแผ่นละ 19 บาท หนังใหม่ 5 แผ่น 100 บาท -"- เดินไปเดินมาเจอรถเข็นขายของหน้าตาแปลก ๆ เลยแวะเข้าไปดู มันมีชื่อว่า "ก๋วยเตี๋ยวลอยน้ำ"น่าสนใจก็เลยสั่งซื้อกิน ชุดละสิบบาทเท่านั้น เริ่มจากการเอาแป้งใส่ถาดแล้วเอาไปนึ่งให้สุก แล้วเอามาใส่เครื่อง ถ้าเป็นคนที่นั่น ลูกค้าจะใส่เครื่องเอง แต่กิมจิบอกไปว่ากินไม่เป็น เค้าเลยใส่เครื่องให้ (ทุกอย่าง) ใส่เสร็จก็เอาลงไปนึ่งอีกรอบ หน้าตา "ก๋วยเตี๋ยวลอยน้ำ" ที่เสร็จแล้ว คล้าย ๆ ข้าวเกรียบปากหม้อ แต่จะมีรสจัดกว่า และอร่อยตรงที่ว่า เครื่องปรุงทั้งหลายมันเข้าไปผสมปนเปกันอย่างดีกับเส้นก๋วยเตี๋ยว จึงได้รสชาติที่ทั่วถึงตลอดทั้งชิ้น ********** และเป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่ง คณะที่ไปด้วยทั้งหมด มาเจอกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนี่เอง กร๊ากกกกกกกก... ********** กินเสร็จก็มุ่งหน้ากลับสู่สยามประเทศ การเยือนพม่าผ่านทางด่านแม่สายก็เป็นอันจบสิ้น แต่ทริปนี้ยังไม่จบ ... โปรดติดตามตอนต่อไป กรั่กๆๆๆๆๆๆ